หลายคนมีความกังวลเรื่องเมนูเค้ก ยิ่งเป็นชีสเค้กช็อกโกแลตขึ้นชื่อว่ามี “ครีมชีส” ที่ให้รสชาติออกเปรี้ยวแล้ว แน่นอนว่ารสชาติของ “ช็อกโกแลต” ที่นำมาใช้ก็ส่งผลทำให้ชีสเค้กช็อกโกแลตมีความเปรี้ยวซ่อนตัวอยู่ในเค้กเข้าไปอีก ลูกค้าหลายท่านจากที่ทรายได้ทำงานขายเกี่ยวกับวัตถุดิบเบเกอรี่ และช็อกโกแลต ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านที่ทำขนมเอง และลูกค้าเองก็มีประสบการณ์ทานเค้ก หรือขนมที่ทำจากช็อกโกแลตให้ความเปรี้ยว สำหรับลูกค้าเองเมื่อซื้อกลับบ้านก็คิดว่าเค้กเสีย
วิธีแก้และลดความรู้สึกนี้ออกไปจากเค้ก หรือขนมอบที่ทำจากช็อกโกแลต คือการใช้ผลไม้รสเปรี้ยวเป็นส่วนผสมเข้าไปด้วย เช่น ส้ม,เชอรี่ หรือเสาวรส หรืออื่น ๆ เพื่อกลบความเปรี้ยวที่มาจากช็อกโกแลตที่ให้ความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก เช่นเดียวกับรสชาติของเมล็ดกาแฟที่แอบซ่อนความเปรี้ยว และกลิ่นต่าง ๆ นั่นเอง แน่นอนว่าการทานเค้กช็อกโกแลตคู่กับเครื่องดื่ม เพื่ออรรถรสที่ดีขึ้นทรายอยากแนะนำให้ทานคู่กับชาเอิร์ลเกรย์ทั้งแบบร้อน หรือแบบเย็นก็ได้

ส่วนผสม (ฐานชีสเค้ก)
- โอรีโอ้ 200 กรัม
- เนยจืดละลาย 60 กรัม
ส่วนผสม (ชีสเค้ก)
- ครีมชีส 370 กรัม
- โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 1 ถ้วย
- เนยสด (ชนิดจืด) 50 กรัม
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
- ช็อกโกแลตความเข้มข้น 70% ขึ้นไป 200 กรัม
ขั้นตอนการเตรียม
- 1.เริ่มต้นทำฐานชีสเค้ก นำคุกกี้โอรีโอ้มาบดให้ละลาย จากนั้นนำไปผสมกับเนยละลาย คลุกส่วนผสมให้เข้ากันจนมีลักษณะแบบทรายเปียก จากนั้น นำไปกรุในพิมพ์อบชีสเค้กแบบถอดก้นได้ ห่อพิมพ์อบชีสเค้กด้วยแผ่นฟอยล์
- 2.จากนั้นนำฐานชีสเค้กที่เตรียมไว้ แช่ตู้เย็นประมาณ 10 นาที
- 3.นำเนยสด กับช็อกโกแลตแท่งไปละลายในไมโครเวฟ ใช้ความร้อนต่ำ ๆ ในการละลายเนยกับช็อกโกแลต และนำออกมาหมั่นคนส่วนผสมให้ละลาย ป้องกันช็อกโกแลตไหม้ จากนั้นพักไว้
- 4.ตีครีมชีสให้อ่อนตัว ตามด้วยน้ำตาลทรายค่อย ๆ ใส่ลงไป เมื่อส่วนผสมของน้ำตาลเข้ากันดีแล้ว ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง แต่งกลิ่นหอม
- 5.ใส่โยเกิร์ต และตามด้วยเนยกับช็อกโกแลตที่ละลายไว้ ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
ขั้นตอนการขึ้นรูป
- เทช็อกโกแลตชีสเค้กใส่ลงในพิมพ์ที่กรุฐานชีสเค้กลงไป จากนั้น นำเข้าอบตามอุณหภูมิที่กำหนดไว้
ขั้นตอนการอบ
- 1.นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 60-90 นาที
- 2.หลังจากที่อบช็อกโกแลตชีสเค้กเสร็จแล้ว ให้พักเค้กในพิมพ์ 30 นาที หรือจนกว่าชีสเค้กจะเย็นสนิท จึงนำเข้าตู้เย็น แล้วแช่เย็นไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมงขึ้นไป ก่อนจะนำมาตัดเสิร์ฟ
Tip:
- การตีชีสเค้กทุกชนิดให้ใช้ความเร็วต่ำสุดของเครื่องผสมอาหารในการผสม เพราะตัวชีสเค้กไม่ได้ต้องการการขึ้นฟู แต่ต้องการความเนียนของเนื้อชีสเค้ก ดังนั้น การผสมชีสเค้กด้วยความเร็วสูง ๆ ไม่ช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันได้เนียน แต่จะทำให้เกิดเป็นก้อนชีสเม็ดเล็ก ๆ ทำให้ได้เนื้อเค้กไม่เนียนสวย
- เพื่อจะได้เนื้อชีสเค้กที่เนียน อีกหนึ่งวิธีคือ ให้นำครีมชีสออกมาพักไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนนำมาใช้งาน หรืออาจจะกรองชีสเค้กที่ผสมเสร็จแล้วก็สามารถทำได้ ก่อนนำไปเทใส่พิมพ์ที่ใช้อบ
คำถามหลังอบ:
1.จะรู้ได้ยังไงว่าชีสเค้กอบสุกแล้ว?
- สังเกตได้จากรอบ ๆ ใจกลางเนื้อเค้กประมาณ 2 นิ้ว ยังคงมีความนุ่ม ๆ คล้ายกับไข่ตุ๋น จากนั้นก็ปิดไฟเตาอบได้เลย และพักเค้กให้เย็นไว้ในเตาอบ โดยเปิดฝาเตาอบไว้เล็กน้อย จนความร้อนคลายลงไปแล้ว จึงนำไปเข้าตู้เย็นให้เซตตัว ก่อนที่จะนำมาตัดเสิร์ฟอีกครั้ง
2.อบชีสเค้กแล้วหน้าแตกเกิดจากอะไร?
- เกิดจากความร้อนในเตาอบที่สูงเกินไป ปกติเวลาอบเค้กส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 150-180 องศาเซลเซียส แต่ส่วนใหญ่อุณหภูมิที่เหมาะกับการอบชีสเค้กจะอยู่ที่ 160 องศาเซลเซียส เพราะชีสเค้กจะใช้เวลาในการสุกช้ากว่าการอบเค้กประเภทอื่น ๆ หรืออาจจะอบแบบรองน้ำก็ได้ จะช่วยให้ไอน้ำกระจายความร้อนในเตาอบได้ทั่วถึง
ติดตามเมนูใหม่ได้ที่ช่อง YouTube ทุกวันอาทิตย์ อัพเดตโปรโมชั่นและข่าวสารใหม่ ๆ ได้ที่ Facebook สั่งซื้อ Box Set เริ่มต้นฝึกทำขนมได้ที่ Wares Sine Shop ดูรายละเอียด คอร์สเรียน แบบส่วนตัวได้ที่หน้าเว็บไซต์ และจองคอร์สเรียนได้ที่ Line